|
Untitled Document
|
 |
 |
ความเป็นมาเครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรมเพื่อควบคุมยาสูบ
ด้วยความตระหนักในข้อเท็จจริงว่าประเทศไทยมีผู้สูบบุหรี่เป็นประจำ
9.5 ล้านคน หรือคิดเป็นจำนวนบุหรี่ที่ถูกสูบมากถึง 105.6 ล้านมวนต่อวัน
และมีผู้เสียชีวิตจากโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ปีละ 52,000 คน
หรือ 142 คนต่อวัน ซึ่งในปีพ.ศ.2546 ได้ มีการวิจัยพบว่า ค่าใช้จ่ายในการรักษา
3 โรคหลักที่เป็นผลสืบเนื่องจากการสูบบุหรี่ คือ มะเร็งปอด ถุงลมโป่งพอง
และเส้นเลือดหัวใจตีบ มีจำนวนเงิน 46,800 ล้านบาทต่อปี ในขณะที่รายได้ของรัฐจากการเก็บภาษีสรรพสามิตบุหรี่มีจำนวนที่น้อยกว่า
เพียงปีละ 43,207 ล้านบาท
ในปี พ.ศ.2548 สภาเภสัชกรรมจึงจัดตั้งคณะทำงานเครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรมเพื่อการควบคุมการบริโภคยาสูบ
โดยปัจจุบัน ได้เปลี่ยนชื่อเป็น เครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรมเพื่อควบคุมยาสูบ
เพื่อความสะดวกในการทำงานและง่ายต่อการจดจำ ซึ่งได้เป็นภาคีร่วมกับสมาคมเภสัชกรรมชุมชน
สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล มูลนิธิเภสัชกรรมชุมชน คณะเภสัชศาสตร์
12 สถาบัน สำนกงานคณะกรรมการอาหารและยา เภสัชกรสำงานสาธารณสุขจังหวัด
สมาคมผู้ผลิตยา และองค์กรวิชาชีพอื่น เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ และพยาบาล
เป็นตน โดยมีเภสัชกรคทา บัณฑิตานุกูล อดีตโฆษกสภาเภสัชกรรม ทำหน้าที่ประธานเครือข่ายฯ
ได้รับการสนับสนุนเงินงบประมาณในการทำงานจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
หรือที่เรียกขานกันทั่วไปว่า สสส. และได้รับการสนับสนุนทางเทคนิคจากมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่
สัญลักษณ์
: เครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรมเพื่อควบคุมยาสูบใช้สัญลักษณ์/โลโก้เป็น
วัตถุประสงค์ : ของเครือข่ายวิชาชะเภสัชกรรมเพื่อควบคุมยาสูบในปีแรกและปีที่สอง
คือ การพัฒนาองค์ความรู้และส่งเสริมความสามารถและบทบาทของเภสัชกรในการควบคุมการบริโภคยาสูบ
และสำหรับในปีที่สามและสี่นี้ มุ่งเน้นพัฒนาเนื้อหาเรื่องการควบคุมการบริโภคยาสูบเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรเภสัชศาสตร์ของทุกสถาบันพร้อมทั้งผลักดันให้เป็นหนึ่งในเกณฑ์ความรู้ความสามารถทางวิชาชีพของสภาเภสัชกรรม
อีกทั้งยังพัฒนาการบริการเลิกบุหรี่ในร้านยาและโรงพยาบาล อย่างเต็มระบบ
หรือที่ทุกคนรู้จักในนาม เภสัชอาสา...พาเลิกบุหรี่ โดยคำนึงถึงความยั่งยืนภายในวิชาชีพเภสัชกรรมในการควบคุมการบริโภคยาสูบต่อไป
|
| |
|